สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

ปส.ยึดยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด


ปส.ยึดยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทลายแหล่งผลิตน้ำมันกัญชารายใหญ่ ส่งขายต่างประเทศ พบนายทุนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ลักลอบตั้งโรงงานมานานกว่า 1 ปี พร้อมจับกุมอีก 6 คดี ยึดยาบ้าเกือบ 3 ล้านเม็ด  ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยึดน้ำมันกัญชา ลักษณะเป็นของเหลวสีดำ บรรจุอยู่ในขวดแก้วใส ยางกัญชา ลักษณะเป็นก้อนสีดำ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส และกัญชาแห้ง ลักษณะผงละเอียดอัดเป็นก้อน และบดเป็นผงละเอียด  กัญชา สารเคมีและอุปกรณ์ในการผลิตต่างๆ พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ต้องหาสัญชาติแคนาดา และอังกฤษ รวมอยู่ด้วย อยู่ในเครือข่าย แก็งแมงกระพรุน โดยมีพฤติการณ์ขนยาเสพติดขึ้นเรือใหญ่ จากท่าเรือหลัก จากนั้น จะให้เรือเร็วมารับ กลางทะเล เพื่อส่งต่อให้กับลูกค้า จึงยากต่อการจับกุม จากการสืบสวน เชื่อว่าผู้ต้องหาสัญชาติ แคนาดา เป็น 1 ในกลุ่มนายทุน ส่วนผู้ต้องหาสัญชาติอังกฤษ เป็นผู้สอน และให้คำแนะนำ รวมถึงควบคุมการผลิต น้ำมันกัญชา ก่อนจะส่งไปขายยังต่างประเทศ โดยมีการมาตั้งโรงงานผลิต ย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นานกว่า 1 ปี และเคยส่งน้ำมันกัญชาน้ำหนักรวมกว่า 5 ตัน ให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดในประเทศเบลเยี่ยมมาแล้ว โดยซุกซ่อนไปในก้อนขุยมะพร้าวอัดก้อน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนนายทุนใหญ่ เป็นชาวญี่ปุ่น และตำรวจอยู่ระหว่างขยายผล ว่าขบวนการนี้ มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่าย ค้าเฮโรอีนรายใหญ่ เมื่อปี 2555 หรือไม่  นอกจากนี้ พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้แถลงการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ อาทิ คดีจับกุมยาบ้า 1 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหาชาวไทยใหญ่ 5 คน ขณะลักลอบนำยาเสพติดจากจังหวัดเชียงราย มาส่งลูกค้า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล แต่พอมาถึงจังหวัดอ่างทอง ฝ่ายสืบสวนก็สามารถสกัดจับกุมได้ และคดีจับกุมยาบ้า 7 แสน 8 หมื่นเม็ด พร้อมผู้ต้องหา 2 คน ที่อยู่ในเครือข่ายนายเหน่ง นักค้าค้ายาเสพติดรายใหญ่ภาคเหนือ ขณะกำลังนำยาเสพติดไปส่งมอบให้กับผู้ซื้อในจังหวัดเชียงราย  สำหรับการสกัดจับยาเสพติดทั้ง 7 คดี ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 21 คน ยึดยาบ้าของกลางกว่า 2 ล้าน 9 แสนเม็ด น้ำมันกัญชากว่า 70 กิโลกรัม  ยางกัญชากว่า 6 กิโลกรัม กัญชาแห้งกว่า 600 กิโลกรัม ไอซ์กว่า 3 กิโลกรัม และยาอีอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมยึดทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 444 ล้านบาท


6 ธ.ค. 2561

ที่มาของข่าว ททบ.5

กลับ

View Desktop | Mobile Site