สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

ผลฟุตบอลต่างประเทศเมื่อคืนที่ผ่านมา


ผลฟุตบอลต่างประเทศเมื่อคืนที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้มีเตะคู่เดียว โดย
เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านแพ้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0 ประตูต่อ 1 
โดยทีมเยือนได้ประตูชัยจาก อาโยเซ่ เปเรซ นาทีที่ 32, นิวคาสเซิ่ล
มี 38 คะแนน จาก 34 นัด ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13 ของตารางคะแนน
ส่วน เลสเตอร์ หยุดสถิติชนะติดต่อกันเกมลีกไว้ที่ 4 นัด 
อยู่อันดับ 7 มี 47 คะแนน 
หลังจบเกม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าว ผิดหวังที่ลูกทีมของตนแพ้ แต่สิ่งสำคัญก็คือจากได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้
ในครั้งนี้ สำหรับรูปเกมนั้นต้องยอมรับว่านักเตะของตนฉวยโอกาสทำประตู
ไม่ได้ กลับกันกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่ทำได้ ก็ต้องยกเครดิตให้ ถือว่าเกมนี้
พวกเขาทำได้ดีกว่าเรา


ส่วนวันนี้ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มีลงสนามอีกหลายคู่ โดยคู่แรกเตะเวลา 
18 นาฬิกา 30 นาที ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส ที่ลุ้น 3 แต้ม เพื่อขึ้นอันดับ 3 ของตาราง และคว้าตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือน
ของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมบ๊วยของตาราง โดย เมาริซิโอ้ โปเชตติโน่ ผู้จัดการทีมสเปอร์ส เผยถึงอาการเจ็บของ แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนสำคัญ
ต้องรอดูอาการของเจ้าตัวอีกครั้ง ว่าจะต้องพักแข้งยาวจนจบฤดูกาลหรือไม่ ในขณะที่เกมยังเหลืออีก 5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเรื่องยากแน่นอนหากไม่มีกองหน้า
คนนี้, ต้องรอให้ เเฮร์รี่ เคน เข้าไปเช็คอาการกับทีมแพทย์เฉพาะทาง 
จากนั้นดูว่าเจ้าตัวจะรักษาหายทันกลับมาช่วยทีมได้หรือไม่   


ต่อที่ผลฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อคืนนี้มีเตะคู่เดียว
เนิร์นแบร์ก เปิดบ้านเสมอ ชาลเก้ 04  ไป 1 ประตูต่อ 1
 
***ส่วน ลีก เอิง ฝรั่งเศส 
ดิฌง  เสมอกับ  อาเมียงส์     0 ประตูต่อ 0
และ น็องต์ส เอาชนะ โอลิมปิก ลียง  ไปได้  2 ประตูต่อ 1


ด้าน บาร์เซโลน่า จ่าฝูง ลา ลีก้า สเปน คืนนี้จะไปเยือน อวยส์ก้า
เวลา 21 นาฬิกา 15 นาที เกมนี้  เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เฮดโค้ชบาร์เซโลน่า น่าจะพัก ลีโอเนล เมสซี่ ที่บาดเจ็บบริเวณจมูกและเปลือกตา จากเกม
แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก เพราะต้องการให้ เมสซี่ พร้อมสมบูรณ์กับนัดที่ 2 ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือน แมนเชสเตอร์ 
ยูไนเต็ด คืนวันที่ 16 เมษายนนี้ รวมถึงไม่มี อิวาน ราคิติช และ เซร์กี้ 
โรเบร์โต้ ที่ป่วย ส่วน เซร์คิโอ้ บุสเก็ตส์ และ เค ราร์ด ปีเก้ 2 รายนี้ไม่มีชื่อ


13 เม.ย. 2562

ที่มาของข่าว ททบ.

กลับ

View Desktop | Mobile Site